2007/Apr/23

You'll never walk alone.


Pairing: Tenjou x Kazamatsuri
ตั้งใจว่าจะไม่ให้มันมีเรทนะคะ แล้วก็ดูจากที่แต่งแล้ว
อาจจะมีให้จิ้นนิดหน่อยแต่แทบจับความวายไม่ได้เลยก็ได้มั้ง...


'ไปเยอรมันกันเถอะ'

เสียงของพี่โคที่วิ่งเข้ามาหาผมยังคงก้องสะท้อนอยู่ในหู

'คุณมัทสึชิตะกับคุณไซออนจิช่วยหาหมอที่จะรักษาเข่านายได้แล้วล่ะ!
ฉันเช็คดูทางอินเตอร์เน็ตแล้วเป็นหมอคนเดียวกันด้วย'

'ฉันก็จะไปเป็นเพื่อนนายเอง! ต้องหายแน่! พยายามเข้าละ'

......................

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลใส่เสื้อตัวหนากำลังนั่งลงรอขึ้นเครื่อง
ด้วยส่วนสูงที่ดูเหมือนจะต่ำกว่ามาตรฐานจึงทำให้เด็กคนนี้เหมือนเด็กประถม
เขานั่งรอเที่ยวบินอย่างสงบ มือเรียวโอบล้อมลูกบอลที่เต็มไปด้วยคำอวยพรอย่างทนุถนอม

...ลูกบอลที่ทุกคนเขียนให้สำหรับการทำแฮททริคครั้งแรก...

วันนี้เป็นวันที่จะไปเยอรมัน
พี่โคจัดการเรื่องของที่นี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

มิซึโนะกับคุณชิเงะก็บอกลาไปแล้ว....

นิ้วเรียวเลื่อนลงไปลูบแผลที่เป็นรอยเย็บบริเวณเข่า คาซามัทสึริรู้สึกใจสั่น

...ต้องหายสิ!...

เด็กชายเม้มปากแน่น ...สัญญากับคุณชิเงะไว้แล้ว..

'รีบๆกลับมาแข่งต่อเกมที่เหลืออยู่กันเร็วๆก็แล้วกัน'

....คุณชิเงะ....

"....โช...โช..!!!"

เสียงเรียกจากพี่ชายทำให้สติของคาซามัทสึริกลับมาอีกครั้ง

"พี่โค..?"

"เป็นอะไรรึเปล่า?" ชายหนุ่มผมทองถามอย่างเป็นห่วง มือใหญ่เลื่อนไปกุมมือที่สัมผัสลูกบอลของอีกฝ่าย


....และสัมผัสความเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
ชายหนุ่มชะงักค้างไปครู่หนึ่ง


คาซามัทสึริรู้สึกตัวจึงรีบเอามือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย ก่อนจะเค้นเสียงแห้งอย่างยากลำบาก
"ผมไม่เป็นไรหรอกครับ..."

รอยยิ้มบางๆถูกฉาบบนใบหน้าหวาน "ไม่ต้องห่วง"

"...." โคได้แต่มองน้องชายอย่างห่วงใย ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ เขาค่อยๆประคองคาซามัทสึริไปบนเครื่อง
เพราะห่วงว่าจะล้มลงกลางทาง

"พี่โคครับ....ผมพอจะเดินเองได้-"

"แล้วถ้าเกิดโดนชนกระเด็นแบบคราวที่รร.จะว่าไง?" หนุ่มผมทองเลิกคิ้ว "ถ้าไม่ได้ฟูจิมูระคุงเค้าช่วย..."

"...คุณชิเงะบอกพี่เหรอครับ?"เด็กชายถามสวนอย่างตกใจ
"เรื่องแค่นั้นแท้ๆ...."

โคหันมองสวนอย่างอารมณ์ขึ้นเพราะคำพูดของ คาซามัทสึริ โช ผู้เป็นน้องชาย
"เลิกพูดอย่างนั้นสักที...!"

...เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวในตัวน้องชายตอนที่สัมผัสมือ...

"นายไม่ได้เป็นภาระให้ใครทั้งนั้น..!ที่ฉันพามาเพราะ...ฉันอยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสของนายอีกครั้ง

ไม่อยาก....ให้นายต้องถูกพรากอะไรไปอีกแล้ว.."



"พี่โค..."
คาซามัทสึริเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา เขารู้ว่าทุกคนห่วงใยเขามากแค่ไหน

"ขอบคุณนะครับ..."



...ผมดีใจ...ที่มีพี่เป็นพี่ของผม...

ทั้งคู่นั่งลงเงียบๆบนเครื่องโดยสาร

...ต้องรออีกนานแค่ไหน?
..ต้องรักษาถึงเมื่อไร..?

...ไม่มีใครรู้....

ได้แต่เพียงรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาด้วยความห่วงใยของอีกฝ่าย
คาซามัทสึริปรือตาลงช้าๆ ก่อนจะผลอยหลับไปในที่สุด

^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-^*-

......

...........

................

..........................


ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ
 
...นี่เรา.. กำลังเลี้ยงลูกอยู่อย่างนั้นเหรอ?
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆกว้างขึ้น

โกล์อยู่ด้านหน้าแล้ว
สัมผัสจากสนามหญ้าอันคุ้นเคย
กลิ่นของสายลม

คาซามัทสึริเลี้ยงลูกฟุตบอลต่อไป เขาเป็นกองหน้าในนัดแข่งกับคุณชิเงะ
จะต้องยิงประตูให้ได้ !
ขณะที่จะยกขาขึ้นเตะนั้นเอง...


กร๊อบ!


เสียงอะไรบางอย่าง---หัก----


เสียงนั้นยังคงก้องสะท้อนในหัวกลับไปมาไม่หยุด

...ขา...ก้าว-ไม่ออก...

เด็กชายร่างเล็กล้มลงท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนทั้งสนาม
ดวงตาสีน้ำตาลมะฮอกกานีคล้ายอัญมณีน้ำงามมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ซึ่งเคยสว่างสวยงาม แต่ว่าวันนี้กลับมืดครึ้มจนดูน่าขนลุกราวกับวันพายุเข้า

แย่ชะมัด
 
ท้องฟ้า...มืดไปหมด...

--------------ไม่เห็นแสงสว่างเลย---------------



ภาพทั้งหมดดับวูบลง

"โช...โช..เป็นอะไรหรือเปล่า?"

เสียง..ของพี่โค?
ดวงตาสีน้ำตาลกระพริบถี่เพื่อปรับแสง ก่อนจะเบิกกว้างเมื่อเห็นหน้าพี่ชายอยู่ใกล้
"พี่...โค"

....ที่นี่...สนามบิน....?
...นี่เราลงจากเครื่องตอนไหนเนี่ย?

หมับ

ร่างเล็กถูกดึงตัวเข้ามากอดโดยผู้เป็นพี่ชาย "นาย....เพ้อ....แล้วก็ร้อง"โคพูดขณะลูบศีรษะของน้องชายของตนราวกับกำลังปลอบเด็กที่ตื่นจากฝันร้าย

"พี่เป็นห่วง...รู้ไหม?"


เด็กชายค่อยๆเผยยิ้มละไม

"...ขอบคุณครับ"

หลังจากนั้นคาซามัทสึริก็พยายามผละออกจากอ้อมกอดนั้น ความจริงเขาอยากอยู่อย่างนั้นนานๆ...



แต่นี่มันกลางสนามบินนะ!
ดูเหมือนพี่โคจะหอบเขาลงมาขณะหลับอยู่
แถมคนยังมองกันให้พึ่บพั่บ ใบหน้าของผู้บาดเจ็บแดงระเรื่อ "พี่โค๊...ผมอายนะ"

"อื๋อ..."พี่ชายจอมรู้ตัวช้าหันมองไปรอบๆแล้วค่อยๆคลายอ้อมกอด ก่อนจะเขยิบที่ให้คาซามัทสึรินั่งข้างๆ

"ขอบคุณครับ..."เด็กชายขอบคุณไปตามความเคยชิน

"ฝันร้ายเหรอ?" ชายหนุ่มผมทองยิงคำถามทันทีหลังที่เขานั่งลง
คาซามัทสึริชะงักไปชั่วครู่ เขาค่อยๆผ่อนลมหายใจ เหงื่อไหลออกมาจากรูขุมขนราวกับจะทำให้เด็กชายร่างเล็กต้องอาบน้ำใหม่ก็มิปาน
แต่อากาศที่นี่มันหนาว อีกไม่นานของเหลวที่ถูกระบายออกมาคงระเหยแห้งไป

"...อื้อ.."เด็กชายผู้มีผมสีน้ำตาลเข้มพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหันไปยิ้มอย่างสดใสให้อีกฝ่าย
"แต่ว่าพี่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ...ผมไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรจริงๆ"


"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ดีสิ...."
ผู้มีศักดิ์สูงกว่าพึมพำเบาๆกับตนเองแล้วถอนหายใจ "โทษทีนะ....ที่ต้องให้มารอทั้งๆที่ถึงแล้วแบบนี้"
เขาหยุดดูปฏิกริยาโต้ตอบของน้องชายที่มองมางงๆ
"พี่น่ะ...จะทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่างแต่ดันทำไม่เก่งซักอย่าง....เราก็เลยต้องรอล่ามเพราะเรื่องภาษาเยอรมันนี่แหละ"
เขาอธิบาย ก่อนจะเอนตัวลงบนเบาะเพื่อพักผ่อน

"แล้วพรุ่งนี้...เราจะไปหาหมอรักษาขานายกัน!"



.... 2 ชั่วโมงผ่านไป


ไวเหมือนโกหก...

"เรารอมาร่วมๆสองชั่วโมงแล้วนะเนี่ย...."โคเสยผมสีทองที่ปรกหน้าอย่างหัวเสีย

"ก็ลองติดต่อเค้ามาสิครับ...เผื่อเค้าลืม"คาซามัทสึริเสนอ

"ก็ดูท่าจะใช่...ความจริงหมอนี่เป็นงี้ประจำ...มาสายเสมอ....." คนที่นั่งข้างๆยักไหล่ ดวงตาของโคมองไปที่พื้นเบื้องหน้าที่สะอาดตาแล้วถอนหายใจ


"...........เป็นเพื่อนสนิท...ที่ใช้ไม่ได้เลยใช่มั้ยล่ะ?"




โป๊กกกกกกกกกกกกก


"หนอย!!..แกว่าใครใช้ไม่ได้ฟะ?ไอ้โค!!" โครู้สึกถึงมือที่จู่ๆก็กระแทกลงมากลางศีรษะ
แล้วเปลี่ยนมาล็อคคอ
ผู้ที่ถือวิสาสะคือชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับโค
แต่มีผมสีเขียวอ่อนซอยสั้นกับดวงตากลมโตสีเขียวเข้มดูเป็นผู้ใหญ่
เขาอยู่ในชุดเสื้อสเว็ตเตอร์สีขาวกับกางเกงยีนส์ดูทมัดทะแมง

"ปล่อยก่อน!!หายใจ..มะ...ออก"

"วู้...เล่นไม่'หนุกเลย"ชายหนุ่มปล่อยมือจากเพื่อนสนิทที่แทบเอาชีวิตไม่รอด
"ช้านิดช้าหน่อยอย่าว่ากันเลยน่า...โค"

"ช้าหน่อยบ้านแกสิ" โคที่สูดอากาศเข้าเต็มปอดสลับกับไอค่อกๆแค่กๆหันมาค้อนวงโต
"ถ้าฉันพูดภาษาเยอรมันเป็นมากกว่านี้...อย่าหวังเลยว่าฉันจะรอแกอยู่นี่"

"เอาน่าขำๆ" คุณเพื่อนสนิทสุดแสนดียังอุตส่าห์ปั้นหน้ายิ้มแป้น แล้วโบกมือพั่บๆ
ส่วนคาซามัทสึริก็นั่งมองคู่หูเพื่อนซี้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น(?)

"พี่โคครับ...."เสียงใสเรียกความสนใจจากทั้งคู่

"หือ..แล้วเจ้าเปี๊ยกนี่.....?"

'พี่ชาย'ยิ้มปรี่แล้วกระแอมกระไอเล็กน้อยก่อนจะแนะนำคาซามัทสึริให้กับเพื่อน

"นี่คาซามัทสึริ โช น้องชายของฉันเอง"

เด็กชายร่างเล็กยิ้มให้ แล้วค้อมตัวลง "สวัสดีครับ"
คาซามัทสึริรู้สึกเมื่อยหลังจากที่ต้องนั่งรอมานาน เขาจึงใช้นิ้วมือนวดบริเวณกล้ามเนื้อเบาๆ

"ฉันฮิโรยูคิ มาโมรุ ยินดีที่ได้รู้จัก "ชายหนุ่มผมเขียวยิ้มละไม "แล้วอยู่ป.อะไรแล้วล่ะ?"

อึก

คำถามนั้นทำให้คาซามัทสึริสะอึกเบาๆ ใบหน้าขาวผ่องเริ่มกลายเป็นสีแดงเรื่อๆ
ขณะที่โคหัวเราะออกมาอย่างอดจะกลั้น
"ฮ่ะๆ...ขอโทษนะ..ฮ่าๆ..โช..."

"เอ๋??...อะไร?...ฉันพูดอะไรผิดเหรอ"มาโมรุหันมองทั้งสองอย่างงงงวย จนกระทั่งโชเอ่ยออกมาเอง

"ม.ต้นน่ะครับ...ฮิโรยูคิซัง"เด็กชายบอกอย่างขวยเขิน

....นี่ผมเหมือนเด็กประถมตรงไหนกันครับ?
โชครวญครางในใจ โดยลืมถามว่าตัวเองเหมือนเด็กมัธยมตรงไหน...

"อ้าวเรอะ...โทษที"มาโมรุเกาหัวแกรกๆ "..'โทษทีนา....เห็นตัวเล็กน่ะนะ"
ชายหนุ่มหันไปมองที่ทางออกสักพัก "ฉันขับรถมาเอง....ไปกันเถอะ"

"คะ..ครับ"คาซามัทสึริลุกขึ้นทำท่าจะยกกระเป๋า แต่ถูกโคปัดมือลง

"ไม่ต้องเลย...เดินคนเดียวคล่องแล้วรึไงเรา?" คุณพี่ชายว่าแล้วยกกระเป๋าสะพายและลากเองหมด

"เฮ้ยๆนายก็เหมือนกันแหละโค....มา..เดี๋ยวฉันช่วยถือเอง"มาโมรุเสนอความช่วยเหลือ ไม่เสนอเปล่า เขายังฉวยกระเป๋าไปอีกสองใบ

"ผมเอง-"

"ไม่ต้อง!...คนป่วยรักษาตัวเองให้ดีก็พอ" คู่หูเพื่อนซี้หันมาบอกพร้อมกัน แล้วหันมาสบสายตา

"..."

"...."

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ" ว่าแล้วก็ระเบิดหัวเราะทั้งคู่ โดยมีโชมองตาปริบๆ

"แหม...เจ้าเปี๊ยกอย่ามองงั้นซี่!"มาโมรุหันมาตบบ่าคาซามัทสึริอย่างเอ็นดู
"เดินตามพวกเรามาได้แล้ว"

คาซามัทสึริเดินตามโคและมาโมรุไปเรื่อยๆจนถึงรถของหนุ่มผมเขียว
ยานพาหนะที่จอดอยู่เป็นรถยุโรปคันสีดำ เจ้าของรถเปิดท้ายรถแล้วเอากระเป๋าวางลงไป
"โหยยย....หนักเป็นบ้าเลยอ่ะ...กะมาอยู่ทั้งปีเลยรึไง?"

"ก็ไม่รู้นี่นา...ว่าต้องใช้เวลารักษาเท่าไรน่ะ?"โคเอาของวางแล้วปิดฝากระโปรงรถ

"...."โชก้มมองเข่าของตน ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววที่ไม่อาจบรรยายออกมา ราวกับน้ำนิ่งที่คุกกรุ่น
นิ้วเรียวอดลูบไล้มันไม่ได้

...นั่นสินะ...ไม่รู้ว่าต้องรักษานานแค่ไหน?

ต้องพยายามอีกซักเท่าไหร...

"แต่ว่า....จะต้องรักษาหายแน่นอน!" เสียงของพี่ชายทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

"อื้อ..."
โชขานรับเบาๆพร้อมกับเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่หยิบยื่นให้คนอื่นเป็นนิจ
พร้อมกับดวงตาที่มุ่งมั่น แม้กระทั่งมาโมรุก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ เขาทราบเรื่องจากโคแล้วตอนที่ถูกปรึกษา

...เป็นเด็กที่มีแววตามุ่งมัน...จริงๆ

....น่าสนใจ....


*****************************

****************

*******

**
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบไป 1 ตอน ไม่รู้ถูกใจกันรึเปล่า
ฮิโรยูคิ มาโมรุนี่เป็นออริจินัลนะคะ อยากให้โผล่มาเป็นเพื่อนกับโค
ไม่รู้จะมีกี่ตอนดูแล้วน่าจะประมาณ 3 ตอนจบนะคะ(ไม่แน่ใจ= =")
ช่วยกันติชมด้วยนะคะ


edit @ 2007/04/23 18:45:44

2007/Apr/16

คำว่า สงกรานต์ มาจากไหน


คำ ว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตกอยู่ในวันที่ ๑๓,๑๔,๑๕ เมษายนทุกปี แต่วันสงกรานต์นั้นคือ วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศก

สงกรานต์ ที่แปลว่า "ก้าวขึ้น" "ย่างขึ้น" นั้นหมายถึง การที่ดวงอาทิตย์ ขึ้นสู่ราศีใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกเดือน ที่เรียกว่าสงกรานต์เดือน แต่เมื่อครบ ๑๒ เดือนแล้วย่างขึ้นราศีเมษอีก จัดเป็นสงกรานต์ปี ถือว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ ในทางโหราศาสตร์ ก็คือสงกรานต์ปี เป็นสงกรานต์ที่เป็นปีใหม่อย่างเดียวนั่นแหละ

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากthaigoogleearth.com/songkran.htm




นานๆทีจะมีสาระกับคนอื่นเขา = ="

สนใจจเลยลองหาดู ก็เจอ เลยเอามาแปะ


แล้วทุกคนรู้เรื่องตำนานสงกรานต์กันรึเปล่า?

ไม่รู้จะเล่าย่อๆให้ฟัง ย่อจริงๆนะเอ้อ=[]=!

มีลูกชายเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร ได้เรียนรู้ภาษานก แล้วก็ไตรเพท
เป็นคนบอกมงคลแก่มนุษย์ ซึ่งตอนนั้น
โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง
ท้าวกบิลพรหมจึงลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร ถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ ท้าวกบิลพรหมจะตัดศรีษะตัวเองให้ธรรมบาลกุมาร
แต่ถ้าธรรมบาลกุมารตอบไม่ได้ ก็จะถูกตัดหัว คำถามมีอยู่สามข้อ


ข้อ ๑.เช้าราศีอยู่แห่งใด
ข้อ ๒.เที่ยงราศีอยู่แห่งใด
ข้อ ๓. ค่ำราศีอยู่แห่งใด

ธรรมบาลกุมารตอบได้เพราะได้ฟังนกอินทรีที่คุยกันเรื่องคำตอบของโจทย์สามข้อนี้(รอดมาเพราะนกโดยแท้....= =")

เช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า
เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก
เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า

ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน
แล้วบอกว่า ตัวเองจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล
ศีรษะของท้าวกบิลพรหมนั้นถ้าตกลงบนแผ่นดินไฟจะไหม้โลก ถ้าทิ้งขึ้นบนอากาศฝนจะแล้ง
ถ้าเอาไว้ในมหาสมุทรน้ำจะเหือดแห้งไปหมด
จึงให้ธิดาทั้งเจ็ด เอาพานมารับศีรษะของตนแล้วแห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฆปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระเวสสุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้ ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี, กิมิทา และ มโหทร

ซึ่งนางสงกรานต์ปีนี้คือนางมโหทรเทวีจ้า รู้สึกไม่ค่อยย่อเลยเนอะ ส่วนข้อมูลก็ไทยกูเกิ้ลเอิร์ทเจ้าเก่าจ้า^^;


ปล. ตอนนี้แต่งฟิก whistle!อยู่ อีกไม่นานก็คงเอาลงล่ะค่ะ

ตอนนี้เราพึ่งรู้ว่ามีสาดน้ำในบล็อค ด้วยความบ้านนอกจัดเพึ่งรู้เมื่อ 5 นาทีที่แล้ว
เห็นหยดน้ำสวยดีตอนแรกกะจะถามเพื่อนแล้วล่ะว่าทำได้ไง ดีนะที่ไม่ถาม...
รู้แล้วเหยียบให้มิดนะเรื่องเนี้ย=[]=!

2007/Apr/10

โดยแถกอีกรอบจนได้แฮะ(อุตส่าห์ว่าหลบพ้นแล้วนะจ๊อด=w=")
เอาเป็นว่ามาดูแถกกันก่อนแล้วค่อยดูfanartเนอะ

Name tag
1. ใส่รูปตัวเอง 2. ตอบคำถาม 3. tagต่อ

อีข้อ1กับ 3 ไม่ทำได้มิ=_="?(ผัวะ---)



โอเค ..

Warning: ดูแล้วรีบหาอะไรล้างตาด่วน=[ ]=!
รูปเราคือรูปนี้...













บอกแล้วว่าคนมันไม่สวย...=_=" อย่าลืมเอาแอลกอฮอล์เช็ดตานะ



1. ชื่อจริง พร้อมความหมาย
"ญาณิศา" ญาณิศา แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ด้วยความรู้ค่ะ
ชื่อนี้คุณพ่อเอามาจากหนังสือตั้งชื่อ ที่ปัจจุบันไม่รู้อยู่ไหนแล้ว= ="
หลังจากน้ำท่วมก็หาของไม่ค่อยเจอเลย

2. ชื่อเล่น
"ฝ้าย" ชื่อโหลชิมิ? ได้ร่วมโหลอันดับ 11 กับชื่อ"ตูน"ของห้องแน่ะ
ประมวลผลการโหวตโดยเพื่อนตูเอง(ไอ้ตูน...ได้อันดับเดียวกันอีกต่างหาก)
นี่เป็นสถิติปี 48 เน้อ...นานมาแล้ว พูดเหมือนคนแก่อีกแล้วเรา= ="

3. ฉายา
มีอยู่อันเดียว...อาจารย์แม่
เพื่อนที่เรียนพิเศษตั้งให้

4. ชื่อภาษาอังกฤษ
 
Yanisa ไม่คิดเลยว่าจะต้องเปิดชื่อจริงเร็วขนาดนี้
 
5. ชื่อภาษาจีน
 
ไม่มี...ความจริงเค้าอยากชื่อโซะไนอ่ะ=[ ]="
 
 
6. ชื่อภาษาญี่ปุ่น
 
ไม่มี...แต่อยากจะมีอ่ะ ได้ไหม?
 
 
7. ชื่อภาษาเกาหลี
 
มันจะไปมีได้ไงล่ะเอ้อ=[]=!
 
 
8. ชื่อที่ใช้เล่นในเน็ต
 
"ฌรัลชา" เกิดจากการกดแป้นพิมพ์พลาดและได้ชื่อนี้มาเห็นว่ามันเพราะดี
แต่ไม่มีความหมายนะคะ

"ปกรณัม" มันมีความหมายรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เคยใช้แฝงอยู่เวลาไม่อยากแสดงตัว
ชื่อนี้เอาไว้สมัครอะไรที่มันไม่ใช้เว็บบอร์ดน่ะค่ะ

"dujungi" ชื่อที่บังเอิญนึกได้เกิดจากคำผวน
deejungu-->dujungee-->dujungi

"เต่ากลายพันธ์" เพื่อนตั้งให้มันว่านิสัยเราเหมือนสัตว์หลายตัว แต่ส่วนมาก(ช้า)เหมือนเต่า

"ซาจิ..ซากิ..อะไรที่ชึ้นต้นด้วยซานั่นแหละ" ซาจิ ..ยาซาว่า ซาจิ
คุ้นๆมั้ยค่ะ? ก็จากเรื่องโรงเรียนพิศวงไงคะ มันว่าเราเหมือนซาจิ ชอบนั่งยองๆ ขี้กลัว วิ่งเร็ว
(ปานกลาง...เร็วมากก็วิ่งหนีคนตั้งชื่อนี้ให้นี่แหละ) แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนนะเ้อ้อ
 
 
9. ชื่อที่คนอื่นเรียกผิด
 
จะมีก็มีแต่อาจารย์เรียกสลับกับชื่อรุ่นพี่=_="
 
10. ชื่อที่คนต่างชาติชอบเรียก
 
ไม่มีค่ะ เค้าเรียกเลขที่เอา เราว่าเค้าคงจำหน้าเราได้แต่จำชื่อเราไม่ได้อ่ะนะ
เราทักเค้าบ่อยแต่บอกชื่อครั้งเดียว

11. ชื่อที่อาจารย์ชอบเรียก
 
ฝ้าย,ยัยญาณิศา,อาจารย์แม่(มาจากไหนเนี่ย=[]=!)
 
 
12. ชื่อที่อยากให้คนอื่นเรียก
 
อย่าเรียกเสียหาย อย่าลากสัตว์ออกจากป่าก็โอแล้วจ้า ดอกไม้ออกแนวเหลืองก็ห้ามนะ=[ ]=
 
 
13. ชื่อที่ไม่อยากให้คนอื่นเรียก
 
อย่าเรียกเสียหาย อย่าลากสัตว์ออกจากป่าก็โอแล้วจ้า ดอกไม้ออกแนวเหลืองก็ห้ามนะ=[ ]=
(ก๊อปแปะจากข้อที่แล้วเลย....) แล้วก็ไม่ชอบให้่เรียกเต่ากลายพันธ์นะ

14. ชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวคนรัก
 
ยังไม่มีคนรักค่ะ
 
 
15. ชื่อที่อยากจะให้คนรักเรียก
 
อะไรก็ได้ค่ะ แต่ห้ามเรียกเต่ากลายพันธ์=[ ]="
 

นี่กะจะอัพอีกรอบตอนเปลี่ยนธีมนะนี่ ดันโดนแถกซะก่อน จะดองก็ไม่ได้

มาเริ่มกันเลย คาสะแต่งหญิง O[]oกับเอนทรี่นี้




ลองวาดเล่นดูนะ เอาแบบชุดนักเรียน
ตอนหลังเติมแต่งจึงได้ไอ้นี่...



คุณจะเลือกข้อไหน=[]=!

ต่อมารายการต่อไปเชิญพบกับ....


ภาพชวนจิ้นในWhistle!

แล้วเราก็เอามาลองทำซับเอง...

แล้วมันก็....................................=[]=""""""""""""""





me/ชิ่งโลดดดดดดด



ฌรัลชา(จุนกิ)
View full profile